ฟัน ดูแลได้ตั้งแต่ฟันน้ำนมซี่แรก (First Tooth)

#ศูนย์ทันตกรรม #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ฟัน #ฟันน้ำนม #ฟันซี่แรก #ดูแลฟัน #ฟันแท้ #ประโยชน์ของฟันน้ำนม #ป้องกันฟันเก #พาลูกไปหาหมอฟัน #ดูแลช่องปาก #เตรียมตัวไปหาหมอฟัน #หาหมอฟันตั้งแต่กี่ขวบ #First Tooth

ฟันน้ำนมสำคัญอย่างไร

ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักคิดว่าฟันน้ำนมนั้นอยู่ชั่วคราวสักพักก็หลุดไปแล้ว “ไม่จำเป็นต้องมาทำการรักษาก็ได้เดี๋ยวรอพามาตอนทำฟันแท้ขึ้นละกัน” นั้นเป็นความคิดที่ถูกแค่เพียงครึ่งเท่านั้น ฟันน้ำนมนั้นอยู่กับน้องๆ แค่ชั่วคราวก็จริง แต่ทราบหรือไม่ว่าประโยชน์ของฟันชุดนี้มีอะไรบ้าง

  1. ช่วยในการออกเสียงได้ชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพที่ดี
  2. เป็นเครื่องมือกันที่ขึ้นของฟัน ตามธรรมชาติเพื่อให้ฟันแท้ขึ้นมาได้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง หากมีการสูญเสียฟันน้ำนมไปก่อนกำหนด ฟันแท้ที่อยู่ข้างล่างจะไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะขึ้นมาทำให้เกิดปัญหาฟันซ้อนเกหรือฟันแท้ไม่สามารถขึ้นได้

เมื่อใดควรพาลูกมาพบหมอฟัน

โดยทั่วไปฟันน้องๆ จะเริ่มขึ้นตอนอายุประมาณ 6 เดือน ซึ่งก็เป็นเวลาที่เหมาะสมในการพาน้องๆ มาพบแพทย์

การดูแลทำความสะอาดช่องปากเด็กๆ ทำได้อย่างไร

  1. เมื่อน้องเริ่มมีฟันขึ้น ควรเริ่มแปรงฟันทำความสะอาดฟัน โดยใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่ม และใช้ผ้าชุบน้ำสะอาด เช็ดทำความสะอาดสันเหงือกและลิ้น
  2. ในเด็กเล็กมากการใช้ปริมาณยาสีฟันควบคู่กับการแปรงฟันควรอยู่ในดุลยพินิจของทันตแพทย์

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเข้าพบหมอฟัน

  1. การทำฟันในคนไข้เด็ก แตกต่างไปจากการทำฟันในผู้ใหญ่ทั่วๆไปและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย ซึ่งความร่วมมือที่หมอฟันเด็กต้องการมากที่สุด คือ ผู้ปกครองของเด็ก
  2. ผู้ปกครองสามารถสร้างความคุ้นเคยให้เด็กก่อนมาทำฟันได้ เช่น การแสดงบทบาทสมมุติสลับกันตรวจฟันจำลองสถานการณ์ในคลินิก หรือ พาเด็กมาทำความสะอาดฟันเพื่อสร้างความคุ้นเคยที่คลินิก
  3. เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานทางอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงทำให้การแสดงออกพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป โดยแพทย์จะมีวิธีปรับพฤติกรรมที่แตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน เพื่อให้เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน

การปรับพฤติกรรมเด็กในระหว่างเข้ารับการทำฟัน

1. บอก แสดง ทำ (Tell Show Do)
   บอก   คือ การที่หมอจะบอกว่า ทำอะไร เครื่องมือเป็นแบบไหน ทำงานอย่างไรเพื่อคลายความวิตกของน้อง
   แสดง คือ การจำลองเหตุการณ์เพื่อให้คลายวิตกกังวล เช่น การใช้หัวขัดฟันลองขัดที่เล็บของน้องก่อน
   ทำ     คือ การแสดงจริง เช่น การใช้ไหมขัดฟันทดลองทำจริงในช่องปากของน้อง  

2. ใช้เสียง ( Voice Control)
   เด็กบางคนร้องอาละวาดเสียงดังไม่ฟังหมอพูด ดังนั้นเมื่อให้เกิดการสื่อสารและสร้างความเข้าใจระหว่างหมอฟันกับเด็ก หมอจำเป็นต้องใช้เสียงดังเพื่อที่ให้หนูน้อยหยุดอาละวาดพฤติกรรมนั้นและกลับมาฟังหมอเพื่อให้เกิดความร่วมมือที่สุด

3. แยกเด็กกับผู้ปกครอง (Parent Separation)
   บ่อยครั้งที่หนูน้อยมักโยเย อ้อนผู้ปกครอง ซึ่งเมื่อแยกผู้ปกครองรอด้านนอกห้อง ก็มักให้ความร่วมมือได้ดีกว่า 

4. ใช้เครื่องมือจำกัดการเคลื่อนไหว (Restraint)
   ในบางครั้งหมอฟันเด็กจำเป็นต้องใช้เครื่องมือจำกัดการเคลื่อนไหว เช่น ที่ห่อตัว เครื่องมือช่วยอ้าปาก ซึ่งนั้นไม่ใช่การลงโทษ หรือทรมานน้อง แต่เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คลิก!! ศูนย์ทันตกรรม ได้ที่ ชั้น 3 โซน 

#ศูนย์ทันตกรรม #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ฟัน #ฟันน้ำนม #ฟันซี่แรก #ดูแลฟัน #ฟันแท้ #ประโยชน์ของฟันน้ำนม #ป้องกันฟันเก #พาลูกไปหาหมอฟัน #ดูแลช่องปาก #เตรียมตัวไปหาหมอฟัน #หาหมอฟันตั้งแต่กี่ขวบ #First Tooth

สาระสุขภาพที่น่าสนใจ

  • #ศูนย์ทันตกรรม #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ฟันซี่แรก #ตรวจฟัน #ตรวจฟันผุ #ตรวจฟันคุด #ฟันน้ำนม #ฟันเด็ก #เตรียมตัวตรวจฟัน #พาลูกมาตรวจฟัน #ฟัน
  • #ศูนย์ทันตกรรม #โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ #ทันตกรรม #ลูกไม่ยอมแปรงฟัน #ลูกไม่ชอบแปรงฟัน #ฝึกลูกแปรงฟัน #แปรงฟันซี่แรก #วิธีแปรงฟันทารก #แปรงฟันให้ถูกวิธี #แปรงฟันอย่างถูกวิธี #แปรงฟันกี่ครั้งต่อวัน